HR Blog
หลายคนอาจเคยสงสัยว่า…
“งานก็ส่งทันเดดไลน์ แต่ทำไมระหว่างทาง พี่ ๆ ต้องคอยตามงานอยู่เรื่อย ๆ?”
นี่ไม่ใช่เพราะหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานไม่เชื่อใจ แต่เพราะในโลกของการทำงานจริง “ความคืบหน้า” สำคัญไม่แพ้ “ผลลัพธ์”
และสิ่งที่สะท้อนเรื่องนี้ได้ชัดก็คือปรัชญาการทำงานแบบญี่ปุ่นที่ชื่อว่า Ho-Ren-So(報連相)

ในภาษาญี่ปุ่นมีคำว่า Ho-Ren-So (โฮ-เร็น-โซ) แปลว่า ผักโขม ย่อมาจากคำว่า
หมายถึงการรายงาน “ความคืบหน้า ปัญหา หรือผลลัพธ์” ผู้ที่ต้องรายงานคือ “ผู้รับผิดชอบงาน” รายงานจากล่างขึ้นบน เพื่อให้ “ผู้สั่งงาน หัวหน้า ทีม” หรือ “ลูกค้า” สามารถตัดสินใจได้บนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้องและได้รับทราบระหว่างการทำงาน ไม่ใช่แค่ตอนจบงาน
คือการแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ “ทุกคนที่เกี่ยวข้อง” ได้รับทราบ เช่น การเปลี่ยนแปลงกำหนดการ ปัญหาที่พบ หรือรายละเอียดที่ส่งผลต่อผู้อื่น เป้าหมายคือทำให้ทุกคน “เข้าใจสถานการณ์เดียวกัน” ลดความสับสน และป้องกันการทำงานซ้ำซ้อน โดยเฉพาะในงานที่มีหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง
คือการเปิดใจพูดคุยเมื่อพบอุปสรรค ไม่เก็บไว้คนเดียว แต่รีบปรึกษาผู้เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกที่เหมาะสม เพื่อรักษาและพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกับทีม การปรึกษาไม่ใช่การขอความช่วยเหลือเพราะทำเองไม่ได้ แต่คือ “การทำงานร่วมกัน” เพื่อให้ทีมแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด

หากเรานำ Ho-Ren-So ไปใช้จริง เราจะพบว่าการ “ตามงาน” จากหัวหน้าหรือพี่ ๆ จะค่อย ๆ หายไปเอง เพราะทุกคนในทีมรู้จังหวะในการสื่อสาร มีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง และเข้าใจสถานการณ์เดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ
แต่ในขณะเดียวกัน Ho-Ren-So เองก็มีสิ่งที่ควรระวัง ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายคนมักเผลอทำโดยไม่รู้ตัว ดังนี้
1. รายงานไม่ครบถ้วน หรือรายงานเมื่อสายเกินไป
ในการรายงาน (Hokoku・報告) หลายคนมัก “รอให้งานเสร็จ 100% ก่อนค่อยรายงาน” ทำให้รายงานล่าช้า หรือบางครั้งเรารายงานเพียงสั้น ๆ ว่า “งานกำลังดำเนินอยู่” หรือ “กำลังแก้ไขปัญหา” แต่ไม่ได้อธิบายว่า “แก้อะไรไปแล้วบ้าง” “สถานการณ์ดีขึ้นหรือแย่ลง” และ “ผลกระทบของงานมากน้อยแค่ไหน” ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนเช่นนี้ ทำให้หัวหน้าหรือทีมไม่เข้าใจภาพรวมของปัญหาได้อย่างแท้จริงและอาจตัดสินใจบนข้อมูลที่ไม่ครบ
หากเราอยากรายงานให้ดี เราต้อง “รายงานเป็นระยะ ๆ” และสรุปประเด็นสำคัญให้ครบและเข้าใจง่าย เพื่อให้ทีมได้เข้าใจข้อมูลได้ตรงกัน หากเกิดปัญหาจะสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที เพราะการรายงานไม่ใช่แค่บอกสถานะ แต่คือการช่วยให้ทีมตัดสินใจได้ดีขึ้น
2. เลือกแจ้งแค่เฉพาะคน หรือแจ้งไว้หลายแอพ จนลืมว่าแอพไหน
การแจ้ง (Renraku・連絡) บางครั้งเรา “เลือกแจ้งเฉพาะบางคน” ทำให้คนที่ควรรู้ “หลุดจากลูป” หรือแจ้งข้อมูลไม่ครบจนผู้รับสารเข้าใจสถานการณ์จริงผิด นอกจากนี้ การสื่อสารผ่านช่องทางที่ไม่เหมาะสม เช่น แชทที่คนไม่อ่าน หรือกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้อง ก็ยิ่งทำให้ข้อมูลกระจัดกระจาย
ดังนั้นเราควร “กำหนดช่องทางการสื่อสารร่วมกัน” และวางให้ชัดเจนว่าเราต้อง “สื่อสารกับใคร เรื่องอะไร และต้องสื่อสารเมื่อไหร่” เพื่อจัดระเบียบข้อมูลและลดความสับสนในการทำงาน เพราะการสื่อสารที่ดีไม่ใช่สื่อสารเยอะ แต่สื่อสารให้ถูกคน ถูกช่องทาง
3. แก้เองก่อน ปรึกษาทีหลัง
และสุดท้ายคือ การปรึกษา (Soudan・相談) หลายคนยังรู้สึกว่า “ต้องแก้ปัญหาเองให้ได้” ถึงจะดูมีความสามารถ แต่ความจริงคือไม่มีใครต้องแก้ทุกอย่างคนเดียวได้เสมอไป การไม่ขอคำปรึกษาอาจทำให้ปัญหาบานปลาย และเสียเวลามากกว่าที่คิด
หากเรามองว่าการปรึกษาไม่ใช่การขอความช่วยเหลือแบบพึ่งพาแต่คือ “ส่วนหนึ่งของการทำงานเป็นทีม” นี่จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราเห็นมุมมองใหม่ และหาทางออกได้ก่อนจะสายเกินไป เพราะการปรึกษาเร็ว คือการป้องกันปัญหาที่ใหญ่กว่าในอนาคต
Ho-Ren-So ไม่ใช่แค่ปรัชญาการทำงานแบบญี่ปุ่น แต่คือ “เครื่องมือสร้างความไว้วางใจในทีม” เมื่อทุกคนสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ ชัดเจน และทันท่วงที หัวหน้าหรือทีมก็ไม่จำเป็นต้อง “ตามงาน” อีกต่อไป เพราะทีมทั้งหมดจะเห็นภาพเดียวกัน และทำงานได้อย่างมีพลังร่วมกันอย่างเป็นมืออาชีพ
ความไว้วางใจในการทำงาน ไม่ได้เกิดจากการปล่อยให้ทุกคนทำงานตามลำพัง แต่เกิดจากการที่หัวหน้าและทีมสามารถ “มองเห็นความคืบหน้า เข้าใจปัญหา และตัดสินใจร่วมกันได้ทันเวลา” เมื่อข้อมูลถูกสื่อสารอย่างเปิดเผยและต่อเนื่อง ความกังวล ความไม่แน่ใจ และการคาดเดาจะลดลง และถูกแทนที่ด้วยความเชื่อมั่นว่า “ทุกคนกำลังทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด”
การสื่อสารภายในทีมไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือทักษะการทำงานร่วมกันที่ทุกคนสามารถพัฒนาได้
หากคุณอยากเสริม Professional Working Mindset และเข้าใจการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างเป็นระบบ Asian Identity มี Public Workshop ที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานในองค์กรโดยเฉพาะ
👉 ดูรายละเอียดเวิร์กชอปได้ที่ Public Professional Working Mindset Workshop
👉 พูดคุยกับทีมที่ปรึกษา Asian Identity เพื่อออกแบบแนวทางการพัฒนาทีมอย่างตรงจุดและใช้ได้จริง ได้ที่ Contact us
Referrence
Photo credits

ฐิติพร จรจรัญ (บีม)
Thitiporn Jonjarun (Beam)
Consultant, Asian Identity Co., Ltd.
จบการศึกษาจากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีประสบการณ์ทำงานกับบริษัท Decathlon Thailand ในตำแหน่ง Department Manager และ Layout Trainer มีประสบการณ์ในการบริหารทีม การโค้ช การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการออกแบบการฝึกอบรมภายในองค์กร ทำให้มีความเข้าใจและความสามารถในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของบุคคลให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันรับผิดชอบการจัดฝึกอบรมที่มุ่งพัฒนา Soft Skill ในด้านต่าง ๆ อาทิ ภาวะผู้นำ การสื่อสาร หรือการคิดอย่างมีตรรกะ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพให้กับบุคลากรในทุกระดับ
11 มิ.ย., 2021
HR Blog 3 กิจกรรมง่าย ๆ เรียกพลังก่อนประชุมออนไลน์
12 ม.ค., 2021
HR Blog หยุดเพื่อ Reflect สำหรับการวางแผนก้าวต่อไปที่ไปไกลได้กว่าเดิม
28 มี.ค., 2022
HR Blog ไอเดียสำหรับต้อนรับพนักงานใหม่ “Lighthouse Session”