HOME > Articles > รู้เท่าทันอารมณ์ของเราด้วยแนวคิด The Process Model of Emotional
People's emotion from Andrea Piacquadio HR Blog

รู้เท่าทันอารมณ์ของเราด้วยแนวคิด The Process Model of Emotional

18 ธ.ค. 2025
ภิญญดา จุฑาเทศ (ฝัน)ภิญญดา จุฑาเทศ (ฝัน)

เราทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใด ทุกคนล้วนเคยเผชิญกับอารมณ์หลากหลายตามสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งความสุขที่เกิดจากเรื่องในชีวิตประจำวัน และความรู้สึกเชิงลบจากความกดดันหรือความเครียดที่สะสม ซึ่งทั้งสองอารมณ์นี้อาจส่งผลต่อการแสดงด้านพฤติกรรมและความสัมพันธ์โดยเราไม่รู้ตัว วันนี้ ฝัน จาก Asian Identity จะพาทุกคนมารู้จักกับกระบวนการเกิดอารมณ์ผ่าน The Process Model of Emotion เพื่อรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเองและจัดการอารมณ์ให้ดีขึ้นค่ะ

แนวคิด The Process Model of Emotion เป็นแนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการด้านอารมณ์ก่อนจะสะท้อนออกมาเป็นพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งถูกคิดค้นโดย James J. Gross ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดย Gross ได้อธิบายกระบวนการนี้ออกมาเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้

Portfolio

 

  1. Situation (สถานการณ์) เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญ ณ ขณะนั้น และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกภายนอก ซึ่งเป็นปัจจัยที่เราสัมผัสหรือรับรู้ในขณะนั้น
  1. Attention (ความสนใจ/จุดโฟกัส) เมื่อสถานการณ์เกิดขึ้น เราจะให้ความสนใจกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ซึ่งการที่เราเลือกให้ความสนใจกับสิ่งใดจะส่งผลต่อการตีความของเรา เช่น ท่าทาง คำพูด สิ่งที่อีกฝ่ายแสดงออก ซึ่งเป็นสิ่งกระตุ้นอารมณ์
  1. Appraisal (การตีความ) หลังจากให้ความสนใจกับสถานการณ์แล้ว เราจะตีความสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าสิ่งนั้นมีความสำคัญต่อเราอย่างไร
  1. Response (การตอบสนอง) การแสดงออกทั้งทางอารมณ์และพฤติกรรมที่เกิดขึ้นหลังจากเราได้ตีความเหตุการณ์แล้ว

 

จากรูปภาพแนวคิดนี้ ทุกคนอาจยังไม่แน่ใจว่าทั้ง 4 ขั้นตอนนี้จะช่วยเราได้อย่างไรหากอยู่ในสถานการณ์จริงว่าอารมณ์หรือความรู้สึกของเรานั้นอยู่ในขั้นไหน เรามาดูสถานการณ์จำลองกัน

ตัวอย่างสถานการณ์

คุณเป็นเด็กจบใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานได้ไม่นาน วันหนึ่งหัวหน้ามอบหมายให้คุณจัดทำข้อมูลสำคัญใน Excel โดยต้องส่งให้ทันตามเวลาที่กำหนด แต่เพราะคุณยังไม่คุ้นชินกับการใช้งานโปรแกรมนี้ งานจึงเสร็จล่าช้ากว่าที่วางแผนไว้

หัวหน้าของคุณรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก และเดินมาต่อว่าคุณเสียงดังต่อหน้าคนทั้งออฟฟิศ พร้อมตะคอกว่า “งานง่าย ๆ แบบนี้ ใคร ๆ ก็ทำได้ ทำไมคุณถึงทำไม่ได้” ตามด้วยประโยคที่แรงยิ่งขึ้นว่า
“ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกไปซะ!” น้ำเสียงของหัวหน้าเต็มไปด้วยความโกรธและการดูแคลน ทำให้คุณรู้สึกอับอาย และเสียใจอย่างที่สุด จนเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า “หรือที่นี่ไม่ใช่ที่ของเราเลยตั้งแต่แรก?”

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนก็คงเริ่มจินตนาการภาพเหตุการณ์ออกแล้วใช่ไหมคะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่คำถามต่อมาคือ…

ในกระบวนการของอารมณ์นั้น จริง ๆ แล้วมันมีขั้นตอนอย่างไร?

 

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เราลองมาวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ผ่านกรอบแนวคิดของ The Process Model of Emotion กันดูค่ะ ว่าในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการอารมณ์ จะมีลักษณะอย่างไร

  1. Situation (สถานการณ์) หัวหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก และต่อว่าที่คุณทำไม่เสร็จตามกำหนดต่อหน้าคนอื่น 
  2. Attention (สิ่งที่ดึงดูดความสนใจ) สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเราในขณะนั้นคือ คำพูดของหัวหน้า
    “งานง่าย ๆ แบบนี้ ใคร ๆ ก็ทำได้ ทำไมคุณถึงทำไม่ได้”  และ “ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกไปซะ!”
  3. Appraisal (การตีความ) เมื่อได้ยินคำพูดนี้ คุณเริ่มตีความว่าหัวหน้ากำลังดูแคลนความสามารถของคุณ 
  4. Response (การตอบสนอง) ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการตอบสนองการตีความ คือ ความเสียใจ ความอับอาย และความคิดว่า “หรือที่นี่ไม่ใช่ที่ของเราเลยตั้งแต่แรก?” ซึ่งเป็นปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจลาออกในอนาคต

 

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเราเป็นเด็กจบใหม่คนนั้น ก็คงรู้สึกว่า การกระทำของหัวหน้าไม่ยุติธรรมกับเราเลยใช่ไหมคะ? เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่กี่วัน กลับถูกตำหนิต่อหน้าคนอื่นเสียแล้ว การลาออกอาจดูเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนั้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดเลยค่ะ เพราะทุกคนมีสิทธิ์เคารพการตัดสินใจของตัวเอง

หากเรามองผ่านแนวคิด The Process Model of Emotion การเลือกที่จะ “ลาออก” นั้น ก็คือขั้นตอนที่ตามมาจากการตอบสนอง (Response) ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างหนึ่ง

ในขณะเดียวกัน หากคุณเลือกที่จะทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่อีกครั้งอย่างมีสติ และลองพูดคุยกับรุ่นพี่หรือคนที่คุณไว้วางใจ คุณอาจได้รับมุมมองใหม่ ๆ ที่ช่วยให้คุณเปิดใจมองสถานการณ์นี้กว้างขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับกรอบความคิดว่า เหตุการณ์ครั้งนี้คือโอกาสให้คุณได้เติบโตและพัฒนาตนเองเพิ่มเติม เช่น ลงเรียน Excel ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมทีมมากขึ้น หรือแม้กระทั่งวางแผนรับมือหากเกิดเหตุการณ์คล้ายกัน โดยจะพยายามสื่อสารอย่างมืออาชีพมากขึ้น และไม่ปล่อยให้อารมณ์มาควบคุมการตัดสินใจของคุณ

ทั้งหมดนี้ก็ล้วนเป็น “การตอบสนอง” ต่อสถานการณ์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของขั้นตอนที่ 4 ในกระบวนการของอารมณ์เช่นกัน

 

feelings-and-emotions

 

เพราะอารมณ์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แม้ว่าเราจะเริ่มเข้าใจที่มาของมันหรือรู้เท่าทันแล้ว แต่อารมณ์เหล่านั้นก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่ เพียงแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ “วิธีการที่เราตอบสนอง”

หากเรารู้จักเรียนรู้ที่จะรับมือและตอบสนองกับอารมณ์อย่างมีสติมากขึ้น เราจะสามารถควบคุมพฤติกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างได้อย่างมีวุฒิภาวะมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลไปถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและการรักษาความสัมพันธ์อันดีได้ในระยะยาว

ฝันเคยเผชิญกับเหตุการณ์ไม่ดีในสังคมการทำงาน จนเกิดความเครียดสะสมและค่อย ๆ สูญเสียความสุขในการทำงานไป แต่หลังจากได้เรียนรู้แนวคิด The Process Model of Emotion ของ James J. Gross ฝันจึงเริ่มนำแนวคิดนี้มาปรับใช้กับตนเอง โดยสังเกตสถานการณ์และทำความเข้าใจอารมณ์ของตนเองอย่างเป็นขั้นตอนมากขึ้น เพื่อให้สามารถควบคุมพฤติกรรมการตอบสนองของตัวเองได้ดีขึ้น

 

ตัวอย่างเช่น ฝันถูกเพื่อนร่วมงานแสดงท่าทีไม่ดีและใช้คำพูดในเชิงลบ ทำให้เกิดความรู้สึกโกรธและไม่พอใจ ฝันเริ่มจากการรับรู้ ทำความเข้าใจอารมณ์ของตนเอง และทำความเข้าใจต่อสถานการณ์ว่าขณะนั้นกำลังรู้สึกอย่างไร มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นจึงใช้แนวคิดนี้สำรวจอารมณ์ของตนเองอย่างลึกลงไปยิ่งขึ้น

หลังจากสำรวจตนเองแล้วพบว่า สถานการณ์ ณ ตอนนี้ ‘อะไร’ คือสิ่งที่ทำให้ฝันรู้สึกโกรธและไม่พอใจ แทนที่จะแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างทันที เราสามารถเลือกที่จะเว้นระยะห่าง ไม่ตอบโต้ เพื่อป้องกันอารมณ์ไม่ให้ลุกลาม พร้อมทั้งเบี่ยงความสนใจของตนเองด้วยการเดินเล่น พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ เพื่อทำให้ตนเองใจเย็นลง เมื่อใจของเราสงบนิ่งมากขึ้น ฝันจึงกลับมาทบทวนเหตุการณ์และพยายามมองสถานการณ์ในมุมของอีกฝ่าย เช่น เข้าใจว่าเพื่อนร่วมงานอาจมีความกดดันจากเรื่องอื่นมาก่อน จึงเผลอแสดงออกในเชิงลบโดยไม่ได้ตั้งใจ

เมื่อพิจารณาเหตุการณ์ และสาเหตุของอารมณ์ในหลาย ๆ ด้านแล้ว จึงเลือกที่จะพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานคนนั้นอีกครั้ง เพื่อทำความเข้าใจอีกฝ่าย เช่น การทำ 1-On-1 พูดคุย แชร์มุมมองที่มีระหว่างกัน เป็นต้น

กระบวนการนี้ช่วยให้เราเข้าใจอารมณ์ของตัวเองมากขึ้น และพัฒนาทักษะในการจัดการพฤติกรรมอย่างมีสติ พร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเป็นมืออาชีพมากขึ้น

 

ดังนั้น แนวคิด The Process Model of Emotion ไม่ได้จำกัดแค่การเข้าใจอารมณ์ด้านลบเท่านั้น แต่ยังทำให้เรามองเห็นที่มาของอารมณ์ทั้งด้านบวกและด้านลบที่เกิดขึ้นได้ทุกช่วงเวลาของชีวิต เมื่อเราเข้าใจกระบวนการเกิดอารมณ์และพฤติกรรมที่ตามมา เราจะสามารถตระหนักรู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองได้มากขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการอารมณ์อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นในที่ทำงานหรือชีวิตประจำวัน เราจะสามารถควบคุมพฤติกรรมของตนเองได้ดีขึ้น และลดโอกาสในการแสดงพฤติกรรม หรือคำพูดที่อาจกระทบต่อผู้อื่นอีกด้วย

 

Reference:

Thank you for the images from:

 

 

ภิญญดา จุฑาเทศ (ฝัน)

ภิญญดา จุฑาเทศ (ฝัน)
Consultant, Asian Identity Co., Ltd.

Profile

จบการศึกษาจากคณะมนุษยศาสตร์ สาขาปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ทำให้มีความเข้าใจมุมมองที่หลากหลายของผู้คนเป็นอย่างดี เคยเป็นสมาชิกสภานักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ พร้อมทั้งดูแลประสานงานและอำนวยความสะดวกให้กับนักศึกษา รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ด้านบริการลูกค้าและการทำงานกับผู้คนหลากหลายช่วงวัย

ปัจจุบัน รับผิดชอบดูแลด้านการประสานงานและสนับสนุนการดำเนินโปรเจคพัฒนาทักษะการทำงานอย่างมืออาชีพและ Soft Skills สำหรับบุคลากรในทุกระดับ รวมถึงโปรแกรมพัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการ เพื่อเสริมศักยภาพในการทำงานและเตรียมความพร้อมสู่บทบาทการเป็นผู้นำ สำหรับผู้ที่อยู่ในระดับหัวหน้าทีมจนถึงผู้บริหารระดับกลาง