Newsletter
AI Newsletter ฉบับที่ 37 นี้ ผมขอเล่าถึงประเด็นที่ผมฉุกคิดได้ในช่วงที่ผ่านมานะครับ

ขอเริ่มด้วยเหตุการณ์สามีภรรยาทะเลาะกันนะครับ (นี่ไม่ใช่เรื่องราวของครอบครัวผมนะครับ)
มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง ฝ่ายสามีไม่ค่อยทำงานบ้าน ฝ่ายภรรยาจึงรู้สึกไม่พอใจว่า ทำไมตนจึงต้องเป็นผู้ทำงานบ้านเพียงฝ่ายเดียว อยู่มาวันหนึ่ง พอสามีวางจานข้าวที่กินเสร็จแล้วไว้โดยไม่ล้าง ภรรยาจึงระเบิดอารมณ์ออกมา พอเห็นเช่นนั้น สามีจึงบอกว่า “รู้แล้ว รู้แล้ว” แล้วก็ล้างจานนั้นอย่างไม่เต็มใจนัก
แม้กระนั้น ภรรยาก็ยังไม่หายอารมณ์เสีย สามีจึงไม่พอใจในท่าทีของภรรยามากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุด เขาจึงโมโหใส่ภรรยา และ ตอกกลับว่า “ก็ล้างจานแล้วไง! ทำไมยังโกรธอยู่อีกล่ะ! จะให้ทำอะไรกันแน่!” การกระทำข้างต้นเปรียบเหมือนการราดน้ำมันบนกองไฟ สามีภรรยาคู่นี้จึงทะเลาะกันรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
การทะเลาะกันเช่นนี้อาจจะเกิดขึ้นจริงที่ไหนสักแห่ง ในบางครั้ง ฝ่ายสามีอาจเป็นผู้เริ่มไม่พอใจก่อนก็ได้ เป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น
ประเด็นที่เป็นปัญหาในการสื่อสารข้างต้น คือ การที่ฝ่ายสามีคิดว่า “ปัญหาจะจบลงหากเขาล้างจาน” หากมองเรื่องนี้อย่างเป็นกลาง จะเห็นได้ว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรื่อง “การล้างจาน” เพียง “เรื่องเดียว” แต่ยังมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่พัวพันอยู่เบื้องหลัง เช่น วาจา และ การกระทำในแต่ละวันของผู้เป็นสามี ความแตกต่างระหว่างค่านิยมเกี่ยวกับการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบงานบ้าน และ อาจจะรวมถึงเหตุการณ์อื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตแต่ยังค้างคาใจกันอยู่ก็ได้
ผลจากการที่ฝ่ายภรรยาสั่งสมความรู้สึกไม่พอใจมานาน วันหนึ่งไฟที่สุมทรวงอยู่จึงปะทุขึ้นการล้างจานนั้นเป็นเพียงแค่ฟางเส้นสุดท้ายเท่านั้น สาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหานั้นมักจะอยู่ที่ “ความเชื่อมโยงขององค์ประกอบหลาย ๆ ส่วน ไม่ใช่แค่ประเด็นใดประเด็นหนึ่ง” บ่อยครั้ง เราจึงไม่สามารถระบุสาเหตุด้วยคำสั้น ๆ ได้
ความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้างานกับลูกน้องก็เช่นเดียวกัน
หัวหน้างานอาจจะหงุดหงิดที่ “เหล่าลูกน้องไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองเลย ทั้ง ๆ ที่หัวหน้างานเองพยายามรับฟังลูกน้องอย่างเต็มที่แล้ว” แต่ลองพิจารณาก่อนนะครับว่า คุณได้พยายามรับฟังลูกน้องด้วยท่าที “เปิดรับ” แล้วจริงหรือไม่ ถ้าหัวหน้างานแสดงสีหน้าหงุดหงิดใส่ลูกน้อง ลูกน้องจะรู้สึกว่าหัวหน้างานไว้ใจตนได้อย่างไร
จากกรณีข้างต้นนี้ จะเห็นได้ว่าหัวหน้างานเข้าใจผิดว่า เขาสามารถแก้ปัญหาได้ด้วย “การรับฟังเรื่องราวของลูกน้อง” แท้จริงแล้ว “การรับฟังลูกน้อง” เป็นเพียง “วิธีหนึ่ง” ที่ใช้ในการแสดงความไว้วางใจในตัวอีกฝ่ายเท่านั้น สิ่งที่ทำให้ผู้เป็นลูกน้องรู้สึกว่าตนได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้างานนั้น คือ วาจา และ การกระทำในทุก ๆ วันของหัวหน้างาน ตราบใดที่เรายังมองไม่เห็น “ความเชื่อมโยงขององค์ประกอบต่าง ๆ” ซึ่งก่อให้เกิดปัญหา สถานการณ์ก็จะยังคงไม่ได้รับการแก้ไข

Constellation (กลุ่มดาว)
อาจารย์ฮายาโอะ คาวาอิ นักจิตวิทยาผู้ล่วงลับ เรียกความเชื่อมโยงข้างต้นนี้ว่า Constellation (คาร์ล ยุง นักจิตวิทยาชาวสวิสเคยใช้คำว่า Constellation อธิบายทฤษฎีของเขามาก่อน) Constellation แปลว่า กลุ่มดาว หากเรามองดาวแต่ละดวงแยกกัน ก็จะไม่เห็นความหมายอะไรเป็นพิเศษ แต่ถ้าเชื่อมดาวดวงต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ก็จะเห็นถึงความหมายของมัน
ทั้งนี้ ในกรณีส่วนใหญ่ ต่อให้ดูดาวแต่ละดวงเชื่อมต่อกันแล้ว ก็จะยังไม่เข้าใจถึงความหมายของกลุ่มดาวนั้นอยู่ดี เช่น ต่อให้มีคนชี้บอกเราว่า “นี่คือกลุ่มดาวประจำราศีเมษ (กลุ่มดาวแกะ)” เราก็คงยังมองไม่ออกว่าจุด 4 จุดบนท้องฟ้าหน้าตาเหมือนแกะตรงไหน คนโบราณน่าจะสร้างสรรค์เรื่องราวเกี่ยวกับราศีเมษ โดยนำจุดทั้ง 4 มาร้อยเรียงกัน และ ใช้ความคิดสร้างสรรค์แต่งเติมส่วนอื่น ๆ เข้าไปด้วย (คำว่า Connecting the Dots ที่ Steve Jobs เคยกล่าวไว้ และ หลายท่านน่าจะรู้จักกันดีนั้น ผมว่ามันก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ Constellation ซึ่งสื่อถึงการมองหาความหมายของช่องว่างที่อยู่ระหว่างจุดแต่ละจุดเช่นกัน)
อาจารย์คาวาอิอธิบายถึงคำว่า Constellation โดยชี้ให้พวกเราเห็นว่า “ตัวเราอยู่ท่ามกลางอุบัติการณ์นั้นด้วย” อย่ามองว่าตัวเราไม่ได้อยู่ในขอบข่ายของปัญหา อย่าคิดว่าถ้ากำจัดจุดที่เป็นปัญหาออกไปได้แล้วเรื่องก็จะจบ จงมองว่าตัวเราเองก็ยืนอยู่ระหว่างจุดแต่ละจุดที่เป็นปัญหานี้ด้วย เท่ากับว่า ตัวเราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาด้วย ถ้าไม่มองให้เห็นภาพรวมทั้งหมด ปัญหาก็จะไม่ได้รับการแก้ไข
เวลาที่ผมอธิบายเรื่องนี้ให้เหล่าผู้บริหารฟัง ผมจะบอกกับพวกเขาว่า “แค่เปลี่ยนวิธีการกระทำอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ ควรเปลี่ยนวิถีความเป็นคุณด้วย” วิธีปฏิบัตินั้นเปรียบเหมือน “จุด” เพียงจุดหนึ่ง หากจะแก้ไขปัญหา เราก็จำเป็นต้องคิดว่า “ตัวเราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของภาวะอันเป็นปัญหา” และ จำเป็นต้องปรับปรุงวิถีที่เป็นอยู่ด้วย ไม่ใช่แค่เปลี่ยนวิธีการปฏิบัติเพียงอย่างเดียว เพราะอะไรหรือครับ ก็เพราะว่า เวลาที่องค์กรประสบปัญหา ผู้บริหารย่อมเป็นส่วนหนึ่งของปัญหานั้นด้วยเสมอ

ทบทวน “วิถีการเป็นผู้นำ” ในยามคับขัน
ปัจจุบันนี้ เชื้อไวรัสโคโรนาส่งผลให้ธุรกิจต่าง ๆ จำเป็นต้องปฏิรูปองค์กร เช่น นำระบบดิจิตอลเข้ามาใช้ ปฏิบัติงานแบบรีโมท หรือ ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นที่ต้องการมาแต่เดิม แต่ที่ผ่านมายังทำไม่สำเร็จ หรือ ยังไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้น ถ้ามองในอีกแง่หนึ่ง นี่ถือเป็นโอกาสในการปฏิรูปองค์กรอย่างจริงจังก็ว่าได้
องค์กรหลายแห่งใช้วิธีการต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงเท่าที่ควร นั่นเป็นเพราะว่าผู้นำที่สังกัดอยู่ในองค์กรนั้น ๆ ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีการเป็นผู้นำ ในโอกาสนี้ ผมจึงอยากให้คุณผู้อ่านมองวิกฤติครั้งนี้เป็นโอกาส ผมอยากให้คุณท้าทายตนเองด้วยการทบทวน “วิถีที่ตนเป็นอยู่” ไม่ใช่แค่พยายามเปลี่ยน “วิธีกระทำ” เพียงอย่างเดียว
ถ้าคุณรู้สึกว่าทำงานแบบ Work From Home แล้วสื่อสารกันน้อยลง ก็ลองเพิ่มระดับการสื่อสารกับผู้อื่นอย่างเต็มที่ โดยมองว่านี่คือโอกาสในการพัฒนาภาวะผู้นำของตน
อย่าเพิ่งพอใจกับการนำเครื่องมือดิจิตอลใหม่ ๆ เข้ามาใช้งาน แต่ควรจะศึกษาวิธีการใช้เครื่องมือนั้นอย่างเต็มที่ด้วยตนเอง รวมทั้งใช้เครื่องมือนั้นให้เป็นประโยชน์อย่างสูงสุดก่อน การกระทำข้างต้นจะส่งผลให้คุณกลายเป็นบุคคลตัวอย่างด้านการปรับปรุงองค์กรให้เข้ากับยุคดิจิตอล
เมื่อผู้นำสามารถแสดงภาวะผู้นำซึ่งส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ไม่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เราก็จะเริ่มมีความหวังว่าจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นภายในองค์กรได้จริง
ผมขอจบจดหมายข่าวฉบับนี้ไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณคุณผู้อ่านทุกท่านครับ
* ฉบับภาษาญี่ปุ่นอยู่ตรงนี้ครับ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนร่วมงานชาวญี่ปุ่นอ่านด้วยนะครับ! คลิกที่นี่
* ข้อมูลเกี่ยวกับคอร์สพัฒนาบุคลากรระดับผู้จัดการชาวไทยและญี่ปุ่น อ่านที่นี่
* ข้อเกี่ยวกับคอร์สพัฒนาบุคลากรภายในองค์กรรูปแบบ In-house คลิกที่นี่
*ทีมผู้จัดทำ AI Newsletter ยินดีรับฟังความเห็น และ ตอบคำถามของคุณผู้อ่านครับ! คุณสามารถส่งอีเมลแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก หรือ สอบถามมายัง info@a-identity.asia ได้เลยนะครับ! ขอโอกาสให้ผมได้ลองเขียนบทความในลักษณะถามตอบกับคุณผู้อ่านทุกคนด้วยนะครับ
Credit:
Photo by Bruno Cervera from Unsplash
Photo by Pixabay from Pexels
Photo by Snapwire from Pexels
Photo by Nijwam Swargiary form Unsplash

Katsuhiro Nakamura (Jack)
CEO & Founder, Asian Identity Co., Ltd.
ดำเนินกิจการบริษัท Asian Identity องค์กรให้คำปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลซึ่งมีความชำนาญงานในภูมิภาคเอเชีย และ มีประเทศไทยเป็นจุดเริ่มต้น ดำรงตำแหน่งปัจจุบันหลังจากสั่งสมประสบการณ์ทำงานที่บริษัท Nestlé บริษัท Link and Motivation และ บริษัท GLOBIS ปัจจุบันรับผิดชอบงานด้านการให้คำปรึกษา และ จัดอบรมในประเทศต่าง ๆ ในเอเชียโดยมีสำนักงานในประเทศไทย ระหว่างที่อยู่ในกรุงเทพ ยังได้เขียน และ จำหน่ายหนังสือ “สู้สู้ PIM! (Su Su Pim!)” การ์ตูนให้ความรู้ด้านการทำธุรกิจสำหรับชาวไทยด้วย
– Certified Facilitator of LEGO® SERIOUS PLAY®
– Completed ORSC™ – Organization and Relationship System Coaching Practical Application Course
– Certified Facilitator of Hofstede Insight Organizational Culture (วัฒนธรรมองค์กร)
– CoachingOurselves Facilitator
24 ม.ค., 2018
Newsletter AI NEWSLETTER Vol.10 อะไร คือ Leadership ที่แท้จริง
23 พ.ค., 2019
Newsletter AI NEWSLETTER Vol.25 วัฒนธรรม และ อัตลักษณ์
24 ก.ค., 2018
Newsletter AI NEWSLETTER Vol.16 ทักษะการบริหารจัดการตนเอง (Self-Management) ซึ่งผู้นําทีมพึงมี คือ อะไร