Newsletter
สำหรับ AI Newsletter ฉบับที่ 55 นี้ ผมอยากจะชวนทุกท่านคุยต่อจากครั้งแล้ว ที่เราพูดถึงเรื่อง “ความเป็นผู้นำในแบบเอเชีย” กันครับ

คีย์เวิร์ดในครั้งนี้คือคำว่า “ทางสายกลาง”
ทางสายกลางเป็นคำที่ปรากฏอยู่ใน “หลุน-อวี่” คัมภีร์พื้นฐานของสำนักปรัชญาขงจื้อ ซึ่งเขียนคำอธิบายไว้ดังนี้
“ทางสายกลาง คือ ทางสู่ปัญญาซึ่งจะทำให้บุคคลมองเห็นสรรพสิ่งตามความเป็นจริง”
(การเดินทางสายกลาง คือ ศีลธรรมหรือคุณงามความดีอันสูงสุด)
ทางสายกลางหมายถึง ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป กำลังดี คือการเป็นคนที่มีศีลธรรมสูงสุด
ถังที่เห็นในภาพถูกขึงไว้ด้วยโซ่ สามารถแกว่งโคลงเคลงได้
ถ้าในถังไม่มีน้ำ ถังก็ไม่สามารถตั้งตรงได้ ในทางกลับกัน ถ้าใส่น้ำมากไป ถังก็จะเอียงเช่นกัน ต้องใส่น้ำให้พอดีเท่านั้น ถังถึงจะตั้งตรงได้
สำนักขงจื้อใช้เรื่องนี้ในการอธิบายความสำคัญของความสมดุล “คนฉลาดที่สามารถรู้เท่าทันความเขลาของตนเองนั้น จะยังคงอ่อนน้อมถ่อมตนแม้จะประสบความสำเร็จ มีความกล้าหาญแต่ไม่ลืมความหวาดกลัว และถึงจะร่ำรวยก็จะไม่หยิ่งผยอง”
ผมขอยกเรื่อง “ถังใส่น้ำ” มาอธิบาย “ความกำลังดี” ดังนี้ครับ

ตอนที่เราจัดสัมมนาก่อนหน้านี้ มีพนักงานระดับหัวหน้าท่านหนึ่งได้เล่าถึงความกังวลใจของตนให้ฟังดังนี้
“ถ้าเข้มงวดกับลูกน้องที่ไทยมากเกินไป พวกเขาก็มักจะลาออก ผมเลยปรับตัว แต่พอใจดีมากเกินไป ไม่ค่อยให้งาน พวกเขาก็ลาออกอยู่ดี การหาจุดกึ่งกลางระหว่างความเข้มงวดกับความใจดีนี่ยากมากเลยครับ”
จริงๆ แล้ว หัวหน้างานหลายๆ ท่านก็คงประสบปัญหาเดียวกันสินะครับ
ผมคิดว่าทางแก้ไขที่เหมาะสมสำหรับเรื่องนี้คือ “ทางสายกลาง”
การบอกให้เดินทางสายกลางในที่นี้ ไม่ใช่ “การทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ” แต่ผมหมายถึงการเป็นคนที่ “แม้จะเข้มงวดแต่ก็ใจดี” กล่าวคือ ให้ความสำคัญกับทั้งสองเรื่อง
เราไม่ต้องเลือกว่า “จะเข้มงวด” หรือ “จะใจดี” การคิดจะเลือกเป็นการเริ่มต้นที่ผิดแต่แรก สองประเด็นนี้เป็นเรื่องที่อยู่คนละหมวดหมู่กัน จึงสามารถอยู่ร่วมกันได้
• “เข้มงวด” = การตั้งใจปฏิบัติตามกฎระเบียบของบริษัทอย่างแข็งขัน
• “ใจดี” = การห่วงใยและใส่ใจความรู้สึกของเพื่อนมนุษย์ การมีน้ำใจ
พอปรับมุมมองแบบนี้ จะเห็นได้ว่า เราไม่ต้องเลือกแค่ทางใดทางหนึ่ง

สมมติว่ามีพนักงานที่ไม่ทำตามกฎของบริษัท ถ้าเราไม่เข้มงวดกับเขา จะทำให้บริษัทเสียหาย จึงจำเป็นต้องประเมินการทำงานอย่างเข้มงวด แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องเย็นชาใส่เขา
ในทางกลับกัน เราควรรับฟังความเห็นของเจ้าตัวด้วยว่า ทำไมถึงไม่ทำตามกฎ การทำความเข้าใจการกระทำของผู้อื่นก็สำคัญเช่นกัน อย่าเพิ่งตัดสินว่า คนที่ไม่รักษากฎระเบียบของบริษัททุกคนเป็นคนไม่ดี ถ้าหากเขาทำผิดไปด้วยเหตุจำเป็นบางอย่าง เราควรเปิดใจรับฟังเรื่องราว โดยพยายามลองเอาใจเขามาใส่ใจเราและพิจารณาว่า “เรื่องราวมันดำเนินไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร” การพูดคุยและการเปิดใจรับฟังเป็นเรื่องสำคัญครับ
เมื่อตระหนักได้ตามที่กล่าวข้างต้น เราอาจจะไม่พูดจาโหดร้ายกับพนักงานคนดังกล่าวอย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรก
คนเรามักชอบตัดสินผู้อื่นว่า “พนักงานคนนี้ดี คนนั้นไม่ดี” แต่ว่ามนุษย์มีหลายด้าน มีตอนที่ดีก็มีตอนที่ไม่ดี ท่านผู้อ่านลองย้อนกลับมามองตัวเองดูนะครับ อาจจะพบว่า แม้เราจะมองว่าเราเป็นพนักงานที่ดี แต่จริงๆ แล้วก็มีตอนที่ไม่ดีเหมือนกัน มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาครับ
ดังนั้น คนที่เป็นหัวหน้าควรจะยึด “ทางสายกลาง” ไม่พยายามตัดสินใครเร็วเกินไป ถ้าเรามีอคติ เราจะไม่สามารถทำความรู้จักคนอื่นได้จริงๆ
ผมขอจบจดหมายข่าวฉบับนี้ไว้เพียงเท่านี้ ขอขอบคุณคุณผู้อ่านทุกท่าน
* ฉบับภาษาญี่ปุ่นอยู่ตรงนี้ครับ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนร่วมงานชาวญี่ปุ่นอ่านด้วยนะครับ! คลิกที่นี่
* ข้อมูลเกี่ยวกับคอร์สพัฒนาบุคลากรระดับผู้จัดการชาวไทยและญี่ปุ่น อ่านที่นี่
* ข้อเกี่ยวกับคอร์สพัฒนาบุคลากรภายในองค์กรรูปแบบ In-house คลิกที่นี่
*คุณนากามุระ CEO บริษัท Asian Identity ออกหนังสือเล่มใหม่เกี่ยวกับแนวคิดแบบเอเชีย กดอ่านรายละเอียดได้ที่นี่
Kinokuniya > https://thailand.kinokuniya.com/bw/9784866214498
Amazon > https://tinyurl.com/3wffbdkj
Credit:
Photo by Maksim Goncharenok from Pexels
Photo by Tobi from Pexels
Photo by Free Walking Tour Salzburg from Unsplash
[content_block id=1898]
23 ธ.ค., 2018
Newsletter AI NEWSLETTER Vol.21 “การ Feedback อย่างมีประสิทธิภาพ” คือ อะไร
17 ก.ค., 2020
Newsletter AI NEWSLETTER Vol.38 เทคนิคสองประการสำหรับการบริหารจัดการองค์กรในยุค “New Normal”
26 เม.ย., 2024
Newsletter AI NEWSLETTER Vol.58 อัตราการลาออกจากงาน (Turnover Rate) ระดับไหนที่เรียกว่าเหมาะสม ?